5 Simple Techniques For นอนกรน

อาการนอนกรนเป็นปัญหาการนอนหลับที่พบได้บ่อย เสียงกรนนอกจากก่อความรำคาญแก่ผู้ที่นอนด้วยแล้วยังทำให้เกิดความผิดปกติกับร่างกายผู้ป่วยมากมาย เช่น อ่อนเพลียตอนกลางวัน ประสิทธิภาพในการคิด จดจำ ทำงานด้อยลง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หากมีอาการนอนกรนหรือสงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอน ควรรีบทำการวินิจฉัย ประเมินระดับความรุนแรงและพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ และจะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คือ ภาวะที่ช่องทางเดินหายใจของเราเกิดการอุดกั้นแบบสมบูรณ์ จนทำให้ไม่สามารถหายใจเอาอากาศเข้าสู่ร่างกายได้

หน้าหลัก บริการ บทความ ทีมแพทย์ ค่าบริการ คลิปวิดีโอ ติดต่อเรา เพิ่มเติม

ผู้หญิงจะมีอาการนอนกรนเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าวัยหมดประจำเดือน

เกิดจากการตีบแคบของทางเดินหายใจจนปิดสนิท ทำให้หยุดหายใจชั่วคราว

เป็นการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุเพื่อทำให้เนื้อเยื่อส่วนเกินในช่องคอหดตัวลง เป็นการลดการอุดตันของทางเดินหายใจ

โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก

ปรับสุขอนามัยการนอน เช่น นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เข้านอนตื่นนอนตรงเวลาสม่ำเสมอ

โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก

ที่มา : บทความเรื่อง “นอนกรน” อย่านอนใจ จากเว็บไซต์ สสส.

ซึ่งวิธีเหล่านี้ เป็นเพียงการแก้ไขเบื้องต้นเท่านั้น และใช้บรรเทาอาการกรนแบบธรรมดา ที่ไม่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย หากท่านมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ท่านต้องไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาตามหลักการแพทย์เท่านั้นนะครับ

ผมจะไม่ขอลงรายละเอียดในแต่ละวิธีนะครับ เนื่องจากเป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างยาก และเป็นวิชาการมาก หากท่านจำเป็นต้องเลือกวิธีรักษาโดยการผ่าตัดจริงๆ แพทย์ที่รักษาท่าน จะเป็นผู้อธิบายถึงรายละเอียดต่างๆ ซึ่งมีข้อดี ข้อเสีย หรือความเสี่ยงต่างๆ กันไปในแต่ละวิธีครับ

ปัจจัยต่าง นอนกรน ๆ ที่ส่งผลให้นอนกรน ได้แก่ กายวิภาคของช่องปากและโพรงจมูก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภูมิแพ้ ไข้หวัด และน้ำหนักตัว เมื่อคนเราเริ่มเข้าสู่การนอนหลับลึก กล้ามเนื้อของเพดานอ่อนของช่องปาก ลิ้น และคอจะเริ่มผ่อนคลาย ทำให้เกิดการอุดกั้นที่ทางเดินหายใจบางส่วนและการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อคอมากขึ้นและเสียงดังขึ้น ยิ่งทางเดินหายใจแคบลงเท่าไร ลมที่เป่าออกจะยิ่งแรงขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อยิ่งสั่นและยิ่งกรนดังขึ้น

สำหรับการตรวจในช่วงแรก เจ้าหน้าที่จะเริ่มจากการวัดขนาดศีรษะของผู้เข้ารับการตรวจเพื่อติดตั้งอุปกรณ์วัดคลื่นสมองสำหรับตรวจสอบการนอนระดับลึกโดยจะติดไว้บริเวณศรีษะ ใต้หางตา และหน้าอก ติดเครื่องตรวจสอบภาวะการหยุดหายใจขณะหลับที่จมูก ติดไมโครโฟนเพื่อวัดระดับความดังของเสียงกรนบริเวณคอ และติดอุปกรณ์วัดออกซิเจนในเลือดที่ปลายนิ้วเพื่อวัดระดับออกซิเจน ซึ่งสัญญานจากการทำงานของเครื่องมือต่างๆ นี้จะถูกส่งไปประมวลผลในห้องควบคุมและสังเกตอาการตลอดเวลา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *